คริสเตียโน่ โรนัลโด้  ไร้แชมป์ครั้งแรกในรอบ16ปี หลังพาทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ชปล.

คริสเตียโน่ โรนัลโด้  ไร้แชมป์ครั้งแรกในรอบ16ปี หลังพาทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปเรียบร้อยแล้ว และแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องนั่งปาดน้ำตาที่เห็นทีมรักของตัวเองตกรอบ และถือเป็นผลงานที่น่าชื่นมื่นสำหรับทีมแอตเลติโก มาดริด และเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังของ ทีมปิศาจแดง หลังจากที่ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่2 ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอังคารที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น “ตราหมี” บุกไปชนะทีมดังของเมืองผู้ดี 1-0 จนทำให้พวกเขาคว้าชัยด้วยประตูรวม 2 นัด 2-1 และได้เข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศต่อไป

และแฟนบอลอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าแมตช์นัดดังกล่าวทำให้เกิดสถิติและเกร็ดที่น่าสนใจขึ้นมา อย่างเช่นการที่ ทีม “ตราหมี”  เป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์ของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เขี่ยทีมฟุตบอลจากอังกฤษซึ่งมีดีกรีเคยได้สัมผัสถ้วย “บิ๊กเอียร์” ตกรอบน็อกเอาต์ได้ถึง 3 ทีม และเป็นครั้งที่ 3 ในการเล่นถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ CR7 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเล่นแบบเต็มเกมแต่ไม่มีจังหวะลุ้นทำประตูเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจพอตัว

อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีประเด็นอย่างอื่นที่ถือว่าน่าสนใจและหลายคนอาจจะนึกไม่ถึงเหมือนกัน โดยในจำนวนนั้นถือเป็นสถิติที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปีซะด้วย

– ลางร้ายตลอด
โดยที่ในนัดแรก ปิศาจแดง  ได้ประตูตีเสมอจากทีม แอต. มาดริด ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกมจาก แอนโธนี่ อีแลงก้า ทำให้พวกเขาไม่เสียเปรียบมากนัดในการเล่นนัดที่2  และตอนนั้นพลพรรค ผีแดง ก็ชื่นมื่นกันสุดๆ แต่ที่จริงแล้วนั่นแทบจะเป็นลางร้ายสำหรับ ปิศาจแดง ก็ว่าได้ เพราะหากนับรวมฤดูกาลนี้เข้าไปด้วยแล้วล่ะก็ มันก็กลายเป็นว่า 3 ครั้งหลังสุดที่ แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด ได้ผลเสมอในนัดแรกของรอบน็อกเอาต์ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้นั้น แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทีมปิศาจแดง กลับเป็นฝ่ายตกรอบทั้งหมด โดยครั้งแรกคือซีซั่น  2012-13 ที่ทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ออกไปเสมอทีม ราชัน ชุดขาว เรอัล มาดริด 1-1 ก่อนจะกลับมาแพ้ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 1-2 ตามด้วยฤดูกาล 2013-14 ที่ทีมในยุคของ เดวิด มอยส์ เปิดบ้านเสมอกับ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ก่อน 1-1 แต่หลังจากนั้นก็ไปแพ้ 1-3 ที่ อัลลิอันซ์ อารีน่า

– ครั้งแรกของกุนซือ ซิเมโอเน่
ก่อนถึงซีซั่น  2021-22 นั้น เจ้าของฉายา “เอล โชโล่” เคยนำ แอต. มาดริด เจอกับคู่แข่งที่มี CR7 โรนัลโด้ อยู่ในทีม 5 ครั้ง หากนับเฉพาะรายการ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ ซิเมโอเน่ กลับต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทั้งหมด

สำหรับเกม 5 ครั้งที่ว่าประกอบไปด้วยซีซั่น  2013-14 ที่แพ้ ราชัน ชุดขาว เรอัล มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศ, ฤดูกาล 2014-15 ที่โดน ราชัน ชุดขาว เขี่ยตกรอบก่อนรองชนะเลิศ, ซีซั่น 2015-16 ที่ต้องมายืนมอง ราชัน ชุดขาว  รับเหรียญแชมป์ต่อหน้าต่อตาตัวเองอีกครั้ง, ซีซั่น 2016-17 ที่ทีมของเขาแพ้ เรอัล มาดริด ในรอบรองชนะเลิศ และฤดูกาล 2018-19 ที่ CR7 โรนัลโด้ ทำแฮตทริกในนัด2จนพา ยูเวนตุส ชนะ แอต. มาดริด 3-2 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมามันเลยถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของ ซิเมโอเน่ ที่สามารถพา ทีม“ตราหมี” แอต. มาดริด หักด่านคู่แข่งในเกมระดับ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อยู่ในทีมได้

– ความขมขื่นและฝันร้ายในรอบ 40 ปี
การที่ แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้มันเป็นที่แน่นอนแล้วว่าฤดูกาลนี้ ปิศาจแดง จะไม่มีถ้วยแชมป์อะไรติดมือเลย และมันก็จะถือเป็นฤดูกาลที่ 5 ติดต่อกันที่จะไม่มีถ้วยแชมป์ระดับเมเจอร์มาประดับตู้โชว์ของสโมสรเพิ่ม

 

และนี่นับเป็นการไม่ได้แชมป์อะไรเลยติดมือ ติดต่อกันที่เลวร้ายที่สุดของ ปิศาจแดง แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด ในรอบ 40 ปีด้วยกัน โดยครั้งนั้นพวกเขาไม่มีแชมป์ติดมือแบบเดี่ยวๆ เลย ตั้งแต่ฤดูกาล 1977-78 ไปจนถึงฤดูกาล 1981-82 ก่อนที่การรอคอยจะสิ้นสุดลงเมื่อได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ในซีซั่น 1982-83

ถึงแม้ว่าระหว่าง 5 ฤดูกาลที่ว่า ปิศาจแดง  จะเคยถูกบันทึกให้เป็น “แชมป์ร่วมกัน” ของรายการ แชริตี้ ชิลด์ (คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ในปัจจุบัน) ประจำซีซั่น 1977-78 (ที่เสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0) แต่ตามหลักการแล้วนั้นการเป็น “แชมป์ร่วมกัน” มันไม่ถูกนับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นั่นเอง