เทียบโปรแกรมโค้งสุดท้าย ระหว่างทีมที่ลุ้น 4 แชมป์ กับอีกทีมที่ลุ้น3 แชมป์ ว่าใครจะแน่กว่ากันระหว่างหงส์กับเรือ?

ความมันกับความเข้มข้นระหว่างทีมหนึ่งที่ลุ้น 4 แชมป์ กับอีกทีมที่ลุ้น3 แชมป์ ว่าใครจะแน่กว่ากันระหว่าง หงส์แดง (ลุ้น 4แชมป์) Vs เรือใบสีฟ้า (ลุ้น 3แชมป์)ซึ่งความเข้มข้นในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้เข้ามาสู่ในช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว โดย แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล คือ2สโมสรที่จะท้าชิงถ้วยโทรฟี่สุดยิ่งใหญ่ และงานนี้บอกเลยว่าโปรแกรมของพวกเขาลุ้นสนุกกันแน่นอน เนื่องจากจะต้องมี 1 เกม (ในลีก) ที่จะดวลฟัดกันเองในเดือนเมษายนนี้

ซึ่งก่อนหน้านี้สถานการณ์ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเมืองผู้ดี ดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่าลุ้นเนื่องจากช่วงต้นปี 2022 ทีมเรือใบสีฟ้า ทำคะแนนโกยทิ้งห่างคู่แข่งไปไกลเหลือเกิน โดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล “หงส์แดง” ที่มีคะแนนตามหลังเรือใบถึง 14 คะแนน

แต่อย่างไรก็ตามทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถเก็บชัยชนะ 8 นัดรวดในลีกทำให้ตอนนี้คะแนนช่องว่างที่เคยห่างมากมายลดเหลือแค่1 แต้มเท่านั้น แถมผลต่างประตูได้เสียบวก 5 แต้ม ไล่จี้และกดดัน “เรือใบสีฟ้า”จ่าฝูง แบบหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว

โดยตอนนี้ทั้ง2สโมสรเหลือโปรแกรมการแข่งขันที่ต้องลงเล่น 9 เกมเท่านั้น และมี1เกมที่พวกเขาต้องดวลฟัดกันเองในถิ่นของเรือใบใน วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายนนี้ ซึ่งอาจจะเป็นเกมที่ชี้วัดว่าใครจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกก็ได้

ดังนั้นอีก 8 เกมที่เหลืออยู่ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ “เดอะ ค็อป” ลิเวอร์พูล ก็ห้ามสะดุดเช่นกัน โดย “เดอะ ซัน” สื่อดังในเมืองผู้ดี ได้นำโปรแกรมช่วงโค้งสุดท้ายของทั้ง2ทีมมาเปรียบเทียบกันเพื่อดูว่าทีมใดจะมีโอกาสที่จะได้ชูถ้วยโทรฟี่แชมป์ลีกในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้

เส้นทาง แมนฯ ซิตี้
หลังเกมพักเบรกทีมชาติ ทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมออกเดินทางไปเยือนถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ เพื่อดวลกับ เบิร์นลี่ย์ ทีมที่เรือใบไม่เคยแพ้เลย 14 เกมที่พบกัน หลังจากนั้นจะเปิดบ้านต้อนรับ หงส์แดง และหวังที่จะเก็บชัยชนะให้ได้เพื่อจะได้ทำแต้มหนีคู่แข่งแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก

และนอกจากนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังได้เล่นในบ้านต่อเนื่องต้องดวลกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ตามด้วยต้องฟัดกับทีม วัตฟอร์ด ก่อนจะออกไปบุก ลีดส์ ยูไนเต็ด ในช่วงปลายเดือนเมษายน

หลังจากนั้นเปิดบ้านรับมือ ทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่ไม่เคยบุกมาชนะในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ในเกมพรีเมียร์ลีก เลย ตามด้วยการเดินทางไปเยือนกรุงลอนดอนเพื่อฟัดกับ ทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งถือว่าเป็นที่ยากที่สุดหลังเกมที่ปะทะกับ หงส์แดง

 

แต่ถ้าหากการลุ้นแชมป์ยืดเยื้อไปจนถึงวันสุดท้ายของโปรแกรมการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโปรแกรมเปิดบ้านดวลกับ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ซึ่งมี สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตตำนานกัปตันทีม “หงส์แดง” ที่ทำหน้าที่กุมบังเหียน และเชื่อว่า “สตีวี่จี” คงกระตุ้นให้ลูกทีมเอาชนะเจ้าบ้านให้ได้ เพื่อเป็นของขวัญสำหรับสโมสรอันเป็นที่รักของเขา

ซึ่งอย่างไรก็ตามในช่วงระหว่างโปรแกรมในลีก เรือใบสีฟ้า ยังต้องลงแข่งในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และ FA คัพ ในรอบตัดเชือกที่จะพบกับ หงส์แดง ที่สนามเวมบลีย์ ขณะที่เกมลีกอีก1แมตช์กับ วูล์ฟส์ ยังไม่มีการกำหนดวันแข่งที่แน่นอน

แต่เมื่อมองโดยภาพรวมแล้ว ต้องยอมรับว่า แชมป์เก่า เรือใบสีฟ้า ค่อนข้างได้เปรียบกว่า เพราะพวกเขามีเกมหนักแค่2แมตช์นั่นคือการรับมือ หงส์แดง และเยือน เวสต์แฮม แต่การสู้กับทีมที่ต้องหนีตกชั้นอาจจะสร้างปัญหาให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เช่นกัน

    โปรแกรม 9 เกมสุดท้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้
วันเสาร์ที่ 2 เมษายน – เบิร์นลี่ย์ (เยือน)
วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน – ลิเวอร์พูล (เหย้า)
วันพุธที่ 20 เมษายน -ไบรท์ตัน (เหย้า)
วันเสาร์ที่ 23 เมษายน – วัตฟอร์ด (เหย้า)
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน – ลีดส์ ยูไนเต็ด (เยือน)
วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม – นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (เหย้า)
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม – เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (เยือน)
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม – แอสตัน วิลล่า (เหย้า)
ยังไม่กำหนดวัน – วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (เยือน)

 

เส้นทาง ทีมลิเวอร์พูล 
สำหรับโปรแกรมของทีมหงส์แดง ช่วงนี้เหล่าสาวกทีม “เดอะ ค็อป” ต้องยอมรับว่าทีมพวกเขาเจอกับงานหินเหลือเกิน เพราะคู่แข่งค่อนข้างที่จะโหดกว่าของทีม เรือใบสีฟ้า ดังนั้นถ้าทีม ลิเวอร์พูล  อยากคว้าแชมป์ลีกก็ต้องเก็บชัยชนะให้ได้เพื่อจะได้สะสมแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษสมัยที่ 20

หลังหมดเกมช่วงฟีฟ่าเดย์ ลิเวอร์พูล   ต้องเปิดถิ่นแอนฟิลด์ ต้อนรับทีม วัตฟอร์ด ซึ่งต้องบอกว่านี่คือแมตช์ที่ง่ายที่สุดของช่วงโค้งสุดท้ายจริงๆ เพราะหลังจากนั้น หงส์แดง ลิเวอร์พูล ต้องเจอกับงานหนักชนิดเข็นครกขึ้นภูเขาโดยเริ่มด้วยการไปบุกถึงถิ่น แมนฯ ซิตี้

หลังจากนั้นก็เตรียมทำศึกใหญ่ “แดงเดือด” ต้อนรับ ผีแดง ซึ่งกำลังลุ้นอันดับTop4 และ5วันให้หลังก็ต้องระเบิดเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ พบ ทีม  ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ที่อยู่ในช่วงดิ้นรนหนีการตกชั้น

 

ตามด้วยการไปเยือนทีม สาลิกาดง นิวคาสซิล ที่สนาม เซนต์ เจมส์พาร์ค ซึ่งพวกเขาทำได้แค่เสมอแบบไม่มีประตูเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และเกมต่อไปก็ต้องดวลกับทีมที่ลุ้นโควตา “บิ๊กเอียร์” อย่าง ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

และ2เกมสุดท้ายของฤดูกาล ถือว่าไม่หนักมากเพราะไปเยือนทีม เซาธ์แฮมป์ตัน กับรับมือทีม วูล์ฟส์ ขณะที่เกมต้องพบกับทีม แอสตัน วิลล่า ซึ่งมี สตีเว่น เจอร์ราร์ด  กุมบังเหียน อยู่แต่ยังไม่มีการกำหนดวันแข่งที่แน่นอน

แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือหาก เจอร์เก้น คล็อปป์  สามารถบุกไปคว่ำ เรือใบสีฟ้า  ถึงถิ่นพวกเขา นอกจากจะทำแต้มแซงขึ้นเป็นจ่าฝูงแล้ว จะทำให้พวกเขามีกำลังใจที่ฮึกเหิมในการสู้กับโปรแกรมหฤโหดที่เหลืออยู่ด้วย

และถ้า หงส์แดง สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้ได้สำเร็จ มันจะกลายเป็น1ในการกลับมาคว้าแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของวงการลูกหนังอังกฤษเลยทีเดียว

โปรแกรม 9 แมตช์สุดท้าย ทีมลิเวอร์พูล 
วันเสาร์ที่ 2 เมษายน – วัตฟอร์ด (เหย้า)
วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เยือน)
วันอังคารที่ 19 เมษายน – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เหย้า)
วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน – เอฟเวอร์ตัน (เหย้า)
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน – นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (เยือน)
วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (เหย้า)
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม – เซาธ์แฮมป์ตัน (เยือน)
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม – วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (เหย้า)
ยังไม่กำหนดวัน – แอสตัน วิลล่า (เยือน)